วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2557

โปราณสถานสำคัญของโรงเรียน

โปราณสถานสำคัญของโรงเรียน

สระล้างดาบศรีปราชญ์
                สระล้างดาบศรีปราชญ์เป็นสระโบราณของเมืองนครศรีธรรมราช ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณหลังโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราชเล่าลือต่อกันมาว่าสระล้างดาบที่ใช้ประหารชีวิตท่านศรีปราชญ์
                ศรีปราชญ์เป็นกวีเอกแห่งกรุงศรีอยุธยา มีชีวิตรุ่งเรืองในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่เนื่องจากการทำผิดกฎมณเฑียรบาลจึงได้ถูกเนรเทศมาอยู่ที่เมืองนครศรีธรรมราช ต่อมาได้ประพฤติมิชอบกับนางสนมของเจ้าพระนคร จึงถูกสั่งประหารชีวิต เมื่อประหารชีวิตศรีปราชญ์แล้วเพชฌฆาตได้นำดาบไปล้างในสระแห่งนี้
                ก่อนศรีปราชญ์จะถูกประหารชีวิต  ขณะที่ถูกมัดตรึงกับหลักประหารนั้น  ศรีปราชญ์ได้เขียนโคลงอธิฐานบทหนึ่งบนพื้นทรายเมืองนครเป็นครั้งสุดท้ายว่า

         ธรณีนี่นี้                 เป็นพยาน
เราก็ศิษย์อาจารย์              หนึ่งบ้าง
เราผิดท่านประหาร             เราชอบ
เราบ่ผิดท่านมล้าง             ดาบนี้คืนสนอง
 
         เมื่อพระนารายณ์ทรงทราบก็พิโรธมาก  ทรงลงพระราชอาญาประหารชีวิตเจ้าพระยานคร  ด้วยความเล่มเดียวกันกับที่ใช้ประหารชีวิตศรีปราชญ์
        สระล้างดาบศรีปราชญ์แต่เดิมเป็นสระ
ทีใหญ่มากกินบริเวณกว้าง กล่าวคือมีอาณา
เขตตั้งแต่หลังจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชในปัจจุบันถึงโรงเรียนอนุบาลนคร
ศรีธรรมราช  ต่อมาเทศบาลเมืองนคร
ศรีธรรมราชถมสระดังกล่าวเพื่อทำถนน
จึงเหลือสระล้างดาบศรีปราชญ์บริเวณหลังโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราชได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
        เกี่ยวกับความเป็นมาของสระล้างดาบศรีปราชญ์นี้หลักฐานยังคลุมเครือไม่แน่ชัด  เพราะว่ามีนักประวัติศาสตร์ชาวนครฯ บางท่านแย้งว่าสระบริเวณหลังโรงเรียนกัลยาณี
ศรีธรรมราชที่เรียกว่า  สระล้างดาบศรีปราชญ์นั้นเพิ่งขุดขั้นในปี พ.ศ.2488  เพื่อเป็นการ
รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ในการเสด็จพระราชทานเพลิงศพเจ้าจอมมารดาน้อยใหญ่ในรัชกาล 3
และศพท่านผู้หญิงซึ่งเป็นมารดาของพระยาสุธรรมมนตรี (หนูพร้อม) เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช  เมื่อขุดสระขึ้นแล้วได้ปลูกบัวและทำเรือขนาดเล็ก
(นั่ง2-3คน)  พร้อมด้วยพายไว้ในสะนั้น  สำหรับเจ้านายฝ่ายในหรือพระราชโอรสที่ยังทรงพระเยาว์จะได้ทรงพายเรือเล่น  หาใช่สระที่เนื่องมาจากสระล้างดาบศรีปราชญ์ไม่
        อย่างไรก็ตาม  สระบริเวณหลังโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราชก็ยังคงเป็นสถานที่ซึ่งเป็นอนุสรณ์  ในการประหารชีวิตศรีปราชญ์เพียงแห่งเดียวในจังหวัดนครศรีธรรมราช  เป็นสถานที่เคารพสักการะของเราชาวกัลยาณี
ศรีธรรมราช  และชาวเมืองนครศรีธรรมราช  ซึ่งควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ให้คงอยู่สืบไป
พระวิหารสูง
ภายในบริเวณโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช เขต2 มีพระวิหารสูง อยู่ทางมุมด้านตะวันตกเฉียงใต้ “พระวิหารสูง” เป็นวิหาร ตั้งอยู่บนเนินดินสูงเรียกกันว่า “เนินเลือด” เนินเลือดนี้เล่ากันว่าเป็นหลุมฝังศพทหารพม่าที่เสียชีวิตคราวยกทัพมารบไทย สมัยสงคราม 9 ทัพ ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอมฟ้าจุฬาโลกมหาราช พ.ศ.2328 ชาวนครศรีธรรมราช ได้สู้รบ และฆ่าทหารพม่าตายเป็นจำนวนมาก เมื่อทัพพม่าแตกหนีไปแล้วจึงขุดหลุมใหญ่ฝังศพพม่า ร่มกันไว้ที่แห่งนี้โดยขุดดินถมปากหลุมไว้เป็นเนินสูงบ้างก็เล่าว่า “เนินเลือด” เป็นจุดรบที่ดุเดือดที่สุด เป็นฐานที่ตั้ง ปืนใหญ่ และที่แห่งนี้ทหารพม่าได้เสียชีวิตมากจนเลือดไหลนองไปทั่วเนินโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวนครศรีธรรมราช ได้จดจำวีรกรรมของพระเพ็ชรดาปลัดเมืองแม่ทัพไทย ผู้ทำการป้องกันรักษาเมืองและสู้รบจนตัวตายบนเนินนี้ด้วย
หลังจากเสด็จศึกพม่าไปนานหลายสิบปี เนินดินที่กลายเป็นที่รกร้าง มีต้นไม้ปกคลุมหนาแน่น ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้ เพราะกล่าวกันว่าผีดุ ต่อมาเมื่อเจ้าพระยานคร(น้อย) ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าพระยานครศรีธรรมราชมีฐานะเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ประสงค์ที่จะสร้างขวัญกำลังใจให้ชาวเมืองอย่าได้หวาดกลัวผีพม่ามาหลอกหลอน จึงมีดำริให้สร้างพระพุทธรูปบนเนินดินนั้น เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นประทับนั่งขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 5 ศอก สูง 8 ศอก ใช้ช่างฝีมือพื้นบ้านประสมด้วยฝีมือช่างอยุธยาสร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.2377 คนทั้งหลายเรียกกัน ว่า “พระสูง” และสร้างวิหารสำหรับประดิษฐานรูปนี้ขึ้นเป็นอาคารก่ออิฐ ถือปูน หลังคา เครื่องไม้รูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย ผนังด้านในวาดภาพดอกไม้ร่วง ชาวบ้าน เรียกว่า “หอพระสูง” ซึ่งเข้าใจว่าคงจะเรียกกันตามลักษณะการก่อสร้างเพราะสร้างบนเนินดินสูงถึง 2.10 เมตร
วิหารพระสูงแห่งนี้ กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาเล่มที่98 ตอนที่ 63 วันที่8 เมษายน พ.ศ.2524
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น